กิจกรรม Team Building
หนึ่งในการพัฒนาความสัมพันธ์ของพนักงานที่ได้รับความนิยมจากองค์กรต่าง ๆ คือ การจัดกิจกรรม Team Building โดยหลายองค์กรมักบอกว่า “อยากให้พนักงานรู้จักกันมากขึ้น เปิดใจกันมากขึ้น และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นในอนาคต” นี่คือความคาดหวังหลัก ๆ ที่มักจะอยู่ในใจ HR หรือผู้บริหารเวลาติดต่อเข้ามา
และแน่นอนว่าการทำ Team Building เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เพราะในโลกการทำงานทุกวันนี้ การมีทีมที่สื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจกัน และร่วมมือกันได้ดี คือหัวใจของความสำเร็จ แต่…ปัญหาที่มักเกิดขึ้นก็คือ หลายครั้ง กิจกรรม Team Building แบบเดิม ๆ ไม่ได้ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจริง ๆ มันสนุกในวันนั้น แต่พอทุกคนกลับไปทำงาน วันรุ่งขึ้นก็กลับมาเหมือนเดิม

.
ปัญหาของ Team Building ที่ผ่านมา
ลองนึกภาพตามนะคะ…พนักงานหลายสิบคนมารวมตัวกันที่สถานที่จัดกิจกรรม มีการแบ่งกลุ่ม เล่นเกมแข่งกัน กินข้าวด้วยกัน หัวเราะเฮฮา ตลอดวันบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกและเสียงหัวเราะ แต่พอจบกิจกรรม ทุกคนก็กลับบ้าน แล้วพอวันจันทร์กลับมาทำงาน ความท้าทายเดิม ๆ ก็ยังอยู่เหมือนเดิม
ปัญหาที่เราเจอบ่อย ๆ ก็คือ:
- กิจกรรมไม่เชื่อมกับงานจริง → เล่นเกมสนุก แต่ไม่รู้จะเอามาใช้กับการทำงานยังไง
- บางคนสนุก แต่บางคนเงียบ → คนที่เป็น extrovert ออกมามีบทบาทเต็มที่ แต่คนที่ introvert มักอยู่มุมเงียบ
- ความรู้สึกดี ๆ อยู่ไม่นาน → หลังจบกิจกรรม ทีมอาจสนิทกันขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมทีม
ซึ่งมีหลายองค์กรที่เคยทุ่มทรัพยากรและเวลาไปกับการ Team Building ไปหลายครั้งแล้ว แต่กลับแทบไม่พบความเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ….
.
ตอนจัดกิจกรรมก็ดูเหมือนดีนะ แต่ทำไมถึงไม่ได้ผล
อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าการจัดกิจกรรม Team Building แบบเดิมนั้นไม่ดี เพียงแต่มีข้อจำกัดบางอย่าง นั่นก็คือ การที่เรายังไม่ได้เข้าไปที่แตะรากของปัญหา
การที่จะกลับจากกิจกรรมแล้วทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากการเล่นเกมสนุกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เกิดความเข้าใจลึก ๆ ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสียงของทุกคนได้ยินถึงกัน บนพื้นที่ปลอดภัยที่สร้างความไว้วางใจตลอดการสื่อสารได้จริง ๆ
โดยสิ่งที่มักขาดไปคือ…
- พื้นที่ให้ทุกคนได้แสดงออกอย่างเท่าเทียม
- การพูดคุยกันอย่างจริงใจในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน
- การสร้าง “ข้อตกลงร่วม” ที่จะนำไปใช้หลังจากกิจกรรมจบ
ที่ผ่านมาทางผู้เขียนเองเคยมีโอกาสได้ทั้งเข้าร่วมและเป็นผู้จัดกิจกรรม Team Building มาแล้วในหลากหลายรูปแบบ เช่น
- สายปาร์ตี้ – เน้นสนุกสนาน มีแอลกอฮอล์
- สายชิว – เน้นการพาไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
- สายกีฬา – เน้นการทำกิจกรรมเข้าฐาน หรืออาจจะเป็นกีฬาสี
- สาย NLP – เน้นจิตวิทยาสะท้อนตัวตน ระลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยผิดพลาด ที่ได้ยินเสียงสะอื้นมากมายตลอดกิจกรรม
- สายกิจกรรมอื่น ๆ
ทุกกิจกรรมล้วนมีความสนุกสนานและน่าสนใจในแบบของตนเอง เพียงแต่โดยทั่วไปแล้วค่อนข้างยากในการออกแบบกิจกรรมให้เกิดการเปิดใจพูดคุย รับฟัง แบบครบทุกคนโดยไม่ตัดสินอย่างแท้จริง ซึ่งค่อนข้างทำได้ยาก โดยเฉพาะในบริบทของสังคมไทยที่ High context และมีความไซโลปะปนอยู่มาก

LEGO® SERIOUS PLAY® เข้ามาเติมเต็มอย่างไร
แทนที่จะให้คน “เล่นเกม” หรือ “เขียนฟลิปชาร์ต” เฉย ๆ เราเปลี่ยนมาให้พนักงาน หยิบตัวต่อ LEGO® มาสร้างความคิดของตัวเองออกมาเป็นโมเดลค่ะ แล้วใช้โมเดลนั้นเป็นตัวแทนในการเล่าเรื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
- มองเห็นเสียงในหัว – สิ่งที่อยู่ในใจของแต่ละคน ออกมาเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดทันที
- โมเดลคือภาษากลาง – ไม่ว่าคุณจะเป็นคนพูดเก่งหรือพูดไม่เก่ง โมเดล LEGO® จะช่วยอธิบายความคิดของคุณได้อย่างชัดเจน
- ทุกเสียงมีค่า – เพราะทุกคนต้องสร้างโมเดลของตัวเอง ทุกคนจึงได้พูด ได้เล่าเรื่อง ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
- ฟังด้วยตา – เวลาฟังเพื่อนเล่าเรื่องราวเบื้องหลังโมเดล เราจะเข้าใจเขามากกว่าที่เคย และฝึกการยอมรับในเรื่องราวของเขาโดยเราไม่ตัดสิน ทำให้มองเห็นความต่างว่าไม่ใช่อุปสรรคแต่เป็นโอกาสในการเสริมพลังกันต่างหาก
.
ตัวอย่างที่เคยเจอจริง
เคยมีองค์กรหนึ่งที่ติดต่อให้ BRAVEWAY ไปจัด Team Building ให้ ตอนแรกทางผู้ HR เองก็กังวลว่าพนักงานจะอินไปกับกิจกรรมนี้ไหม จะยอมเปิดใจในกิจกรรมนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาพบว่า ในกิจกรรมที่เคยจัดมานั้น คนพูดก็คนเดิม ๆ คนที่ไม่พูดหรือไม่แสดงออกใด ๆ ในกิจกรรมก็เป็นคนเดิม ๆ ยังหาวิธีที่จะทำให้ทุกคนยอมเปิดใจคุยกันจริง ๆ ไม่ได้
แต่พอเริ่มใช้กระบวนการ LEGO® SERIOUS PLAY® ไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า คนที่เดิมเป็น Introvert ไม่ค่อยพูดอะไร กลับเป็นคนที่พูดได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะตอนที่ให้สร้างโมเดลที่สะท้อนว่า “อะไรคืออุปสรรคในการทำงานร่วมกัน” ทุกคนก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่อยู่ในใจ บางคนพูดถึงความไม่เข้าใจในกระบวนการ บางคนพูดถึงความกดดันจากเวลา บางคนพูดถึงปัญหาการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน
สิ่งที่น่าทึ่งคือ…พอทุกคนได้ฟังกันจริง ๆ ทีมก็เริ่มเข้าใจว่าปัญหาที่เจอ ว่าแต่ละคนต่างพบปัญหาเช่นกัน อาจมีทั้งเหมือนกัน หรือต่างกันไปคนละมุม แต่ไม่เคยได้มาพูดคุยกันอย่างเปิดใจแบบในวันนี้ ผลสุดท้าย พวกเขาได้สร้างโมเดลใหม่ที่เป็น “วิธีการทำงานร่วมกัน” ที่ทุกคนเห็นร่วมกันและนำกลับไปใช้ได้จริง

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำกิจกรรม Team Building ด้วย LSP®
สิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดเจนจากการใช้ LSP® ใน Team Building คือ:
- บรรยากาศเป็นกันเองมากขึ้น → ทุกคนกล้าเล่า กล้าฟังกันและกัน
- ทีมเริ่มไว้วางใจกัน → ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
- ได้ Shared Vision → ทีมสร้างภาพเดียวกันว่าจะทำงานร่วมกันอย่างไร
- เกิดข้อตกลงร่วม (Ways of Working) → ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกดี ๆ ชั่วคราว
.
สรุปจาก BRAVEWAY
Team Building ในมุมมองของ Braveway ไม่ใช่แค่การพาคนมาสนุก แต่คือการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันที่แท้จริง ….. LEGO® SERIOUS PLAY® เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ และนี่คือเหตุผลที่เราภูมิใจนำเสนอเครื่องมือนี้ในเกือบทุกโปรแกรมที่เกี่ยวกับการสร้างทีม
ถ้าองค์กรของคุณอยากทำ Team Building แบบที่ไม่ใช่แค่สนุก แต่เปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมได้จริง ลองมาคุยกับ Braveway ค่ะ เราพร้อมจะออกแบบประสบการณ์ที่เหมาะสมกับทีมของคุณ เพื่อสร้าง Collaboration ที่ยั่งยืนในองค์กร
……………………………………………………………………………………………………………………………..

